วิเคราะห์บอล

วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล VS เลสเตอร์

วิเคราะห์บอล คู่นี้ผลงานแจ่มด้วยกันทั้งคู่น่าจะมันส์อยู่ไม่น้อยเลย หงส์แดงเจ้าบ้านล่าสุดชนะรวด 4 เกมติดในทุกรายการและยิงรวมกันไป 9 ตุง แต่กับเกมรับล่าสุดนั้นดูรั่วอยู่ซึ่งทางเจเคเองก็ต้องปรับด้วยจุดนี้ ส่วนทีมเยือนเลสเตอร์มาดีไม่แพ้กันชนะ 4 จาก 5 เกมหลังทุกถ้วย แนวรุกกดโหดเลย 14 ประตู อันตรายที่เจมี่ วาร์ดี้ และดาวรุ่ง เจมส์ แมดดิสัน ที่กำลังเข้าฟอร์มเช่นกัน 

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดงเจ้าบ้าน เกมวันนี้จัดว่าพร้อมเลย ส่วนนายทวาร อลิสซง เบ็คเกอร์ ยังรอเช็คฟิตกันอีกที โดยที่ยังเฝ้าเสานั้นยังเป็น อาเดรียน กองหลังใช้ โจ โกเมซ ยืนคู่ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค และแนวรุกยังมาเต็มทั้ง โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ผนึกกำลังล่าตาข่ายกัน

กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งจะเปิดรังเอาชนะ ซัลซ์บวร์ก 4-3 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้สี่นัดหลังสุดทุกรายการคว้าชัยรวด สำหรับความพร้อมของทีมก่อนทำศึก ยังคงไร้เงา นาธาเนี่ยล ไคลน์ กับ เซอร์ดาน ชากิรี่ สองแข้งเดี้ยงที่ยังไม่หายดี ส่วนทางด้านของ อลิสซง เบ็คเกอร์ กำลังอยู่ในช่วงเร่งฟื้นฟูความฟิตเพื่อเตรียมการให้ทันศึกแดงเดือดสุดสัปดาห์หน้า คาดว่า คล็อปป์ เตรียมวางหมากในระบบ 4-3-3 โดยมี โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กับ ซาดิโอ มาเน่ ผนึกกำลังกันล่าสกอร์ในแดนหน้าต่อเนื่อง

ในส่วนของ เลสเตอร์ ของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เพิ่งจะเปิดรังไล่ยำ นิวคาสเซิ่ล สิบตัว 5-0 สำหรับความพร้อมของทีมก่อนลงสนาม ไม่มีรายงานตัวเจ็บหรือติดโทษแบนเข้ามาเพิ่มเติม นอกเสียจาก แม็ตธิว เจมส์ เพียงรายเดียวที่เดี้ยงยาวอยู่เดิม ส่วนทางด้านของ เจมส์ แม็ดดิสัน น่าจะยังฟิตไม่พอลงบู๊เป็นตัวจริง คาดว่า ร็อดเจอร์ส เตรียมวางหมากในระบบ 4-1-4-1 โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ ยืนเป้าล่าตาข่ายและใช้ เดนนิส ปราเอ้ต์ กับ ยูรี่ ตีเลอม็องส์ เป็นสองกลางรุกคอยสร้างสรรค์โอกาสจากด้านหลัง

เลสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่าไม่น่าพ่ายยับกลับออกมาแน่นอน เพราะพวกเขากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรง แถมสภาพความฟิตของแกนหลักที่ไม่ต้องกรำศึกหนักต่อเนื่องเหมือนเจ้าถิ่นอีกด้วย ยิ่งสไตล์การเล่นที่เน้นจังหวะสวนกลับที่เฉียบขาด รับรองสร้างปัญหาหนักแน่ ส่วนเจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งเจอศึกหนักกับ ซัลซ์บวร์ก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวรับเริ่มมีความผิดพลาดให้เห็นบ่อย อีกทั้งด้วยสถิติการพบกัน 4 ครั้งท้าย ก็ไม่มีเกมไหนสกอร์ขาดลอย ดังนั้นงานนี้ หงส์แดง หืดจับแน่นอน

ท้ายที่สุดลิเวอร์พูลก็สามารถคว้าชัยชนะให้กับทีมของตัวเองได้สำเร็จ นอกเหนือจากการแข่งขันแล้วก็ยังมีประเด็นสำคัญต่างๆที่ทำให้ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะในครั้งนี้มาครองได้

5 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมลิเวอร์พูลชนะเลสเตอร์ 2-1

เจมส์ มิลเนอร์ทำประตูชัยจากจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะเหนือเลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ที่แอนฟิลด์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซาดิโอ มาเน่ ทำประตูขึ้นนำให้หงส์แดงช่วงต้นเกม แต่เจมส์ แมดดิสัน ตีเสมอในนาทีที่ 80 ก่อนที่มิลเนอร์จะยิงประตูจากระยะ 12 หลา รักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ชัยชนะครั้งสำคัญ

เป็นชัยชนะเกมที่ 3 ในพรีเมียร์ลีกติดต่อกันที่ลิเวอร์พูลชนะด้วยผลต่างเพียงประตูเดียว ท่ามกลางเสียงหายใจโล่งอกเมื่อจบเกม แต่ไม่มีเกมใดดราม่าเท่ากับเกมนี้

หงส์แดงเกือบจะผิดหวังผลเสมอเมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หลังจากนั้นมาร์ก อัลไบรจ์ตันสกัดมาเน่ล้มลงในเขตโทษ ซึ่งมิลเนอร์ต้องรอเช็กวีเออาร์ ก่อนจะรักษาความเยือกเย็นในการยิงผ่านแคสเปอร์ ชไมเคิล ที่พุ่งผิดทางช่วยคว้าชัยชนะ

ความยินดีของเจอร์เก้น คล็อปป์ แสดงให้เห็นอีกครั้งในตอนท้าย เมื่อเขาชูกำปั้นแสดงความยินดี 3 จังหวะเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้

แต้มที่ตุนไว้   ชัยชนะ 8 จาก 8 นัด อย่างน้อยจะมีแต้มต่าง 5 แต้มก่อนเข้าสู่เบรกทีมชาติครั้งที่สองในฤดูกาล

‘เดินหน้าต่อไป’ นี่คือข้อความที่คล็อปป์ถ่ายทอดออกมาจากคล็อปป์เมื่อทีมของเขาจะกลับมาลงเล่นอีกครั้ง และพวกเขามี

ทริปเยือนแมนฯ ยูไนเต็ดในวันที่ 20 ตุลาคมลุยกันเลย

วันสำคัญของมาเน่    ในขณะที่ลิเวอร์พูลต้องการประตูในครึ่งแรก มาเน่ก้าวขึ้นไปทำประตูที่ 50 ในพรีเมียร์ลีกให้กับสโมสร ทำให้กลายเป็นนักเตะคนที่ 10 ของหงส์แดงที่ทำได้ถึงตัวเลขดังกล่าว ในเกมที่ 100 ในลีกสูงสุดกับลิเวอร์พูล และเป็นประตูที่ 8 ในฤดูกาลนี้

การจบสกอร์ที่เด็ดขาด การประสานงานที่เหนือชั้น และการทำงานอย่างขยันขยันแข็ง ช่างเป็นนักเตะที่น่าทึ่งอะไรเช่นนี้

ลอฟเรนที่เล่นอย่างมั่นคง เดยัน ลอฟเรน เป็นส่วนหนึ่งในแผงหลังหงส์แดงเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นในฤดูกาลนี้ หลังจากได้โอกาสในคาราบาว คัพ ที่บุกชนะเอ็มเค ดอนส์

ดาวเตะโครเอเชียช่วยทีมอย่างไร้รอยต่อ ในขณะที่เขาเป็นผู้นำทีมในการชนะการดวลกลางอากาศ และการสกัดทิ้ง เช่นกันกับการจ่ายบอลแม่นยำที่สุดในบรรดาตัวจริง

การจัดการอันตรายจากคู่แข่ง  เจมี วาร์ดี มักจะสร้างปัญหาให้กับลิเวอร์พูลเป็นประจำ เมื่อนักเตะวัย 32 ปีทำได้ถึง 7 ประตูในพรีเมียร์ลีกกับหงส์แดง เป็นรองแค่แอนดี โคล และเธียร์รี อองรี แต่ตลอด 90 นาทีในเกมนี้ เขาได้สัมผัสบอลเพียง 21 ครั้ง และอาเดรียนเป็นคนหยุดโอกาสเดียวของเขาหน้าปากประตูในนาทีที่ 65 มันเป็นการทำงานที่ยอดเยี่ยมแผงหลังของลิเวอร์พูล และการตัดการสนับสนุนจากด้านบนของสนาม
ขอบคุณภาพ : Liverpool fc

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ scorefootballs

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *